น้ำที่มองเห็นอาจลดไปแล้ว แต่ความชื้นไม่ได้หายไปพร้อมกันทั้งหมด พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ ตู้ และวัสดุภายในบ้านอาจยังคงคายความชื้นกลับสู่อากาศอีกระยะ ทำให้บ้านอับ แห้งช้า และเกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อเชื้อราได้

ลดความชื้นกับฟอกอากาศต่างกันอย่างไร?

อุปกรณ์งานหลักเหมาะใช้เมื่อไม่ได้ทำอะไร
เครื่องลดความชื้นดึงไอน้ำออกจากอากาศและเก็บเป็นน้ำบ้านยังชื้น ผนังหรือพื้นคายความชื้น ห้องอับไม่ได้แทนการล้างโคลนหรือรื้อวัสดุเสียหาย
เครื่องฟอกอากาศให้อากาศผ่านแผ่นกรองเพื่อดักอนุภาคช่วงทำความสะอาดและหลังพื้นที่เริ่มแห้งไม่ได้ดึงน้ำออกจากผนัง
2-in-1ลดความชื้นและฟอกอากาศต้องการสองฟังก์ชันในเครื่องเดียวต้องดูทั้ง L/day และ CADR แยกกัน

ถ้าบ้านยังชื้นมากหลังน้ำลด เครื่องลดความชื้นควรเป็นตัวหลักก่อนเครื่องฟอกอากาศ

ทำไม L/วัน สำคัญกว่าแค่ดูขนาดถัง?

13 L/day, 22 L/day หรือ 30 L/day คือความสามารถในการดึงความชื้นภายใต้เงื่อนไขทดสอบ ไม่ใช่ขนาดถัง และแต่ละแบรนด์อาจทดสอบคนละอุณหภูมิหรือความชื้นสัมพัทธ์ จึงไม่ควรเทียบตัวเลขอย่างเดียว

ตัวอย่าง Xiaomi 22L ระบุ 22 L/day ที่ 26.7°C/60%RH ขณะที่ Sharp 30L ระบุ 30 L/day ที่ 30°C/80%RH และคู่มือ Sharp ระบุ 18.5 L/day เมื่อวัดที่ 26.7°C/60%RH

แนวทางเลือกกำลังเครื่องตามพื้นที่

หมายเหตุ: ตารางนี้เป็นแนวทางคัดขนาด ไม่ใช่พื้นที่รับรองของผู้ผลิต ผลจริงขึ้นกับ RH เริ่มต้น อุณหภูมิ เพดาน การเปิดห้อง และน้ำที่สะสมในวัสดุ

พื้นที่หรือสภาพระดับที่ควรเริ่มพิจารณาหมายเหตุ
10-15 ตร.ม. ชื้นทั่วไป10-13 L/dayห้องปิดขนาดเล็ก
15-25 ตร.ม.13-20 L/dayหลังน้ำท่วมควรเผื่อกำลัง
20-40 ตร.ม. ความชื้นสูง20-25 L/dayต่อท่อน้ำทิ้งได้จะสะดวก
40 ตร.ม. ขึ้นไป25-30 L/day ขึ้นไปอาจต้องแบ่งโซนหรือใช้หลายเครื่อง
เพิ่งผ่านน้ำท่วมเผื่อกำลังจากปกติติดตาม RH และแนวโน้มการแห้ง

เปรียบเทียบเครื่องลดความชื้น

1. Xiaomi Smart Dehumidifier Lite 13L / Smart Dehumidifier 22L

ดู Xiaomi Smart Dehumidifier

ต้องเลือก Variant: หน้าเดียวอาจมีหลายรุ่น ก่อนซื้อให้ตรวจว่าเลือก 13L หรือ 22L

Lite ระบุ 13 L/day ที่ 30°C/80%RH และ airflow 140 m³/h ส่วน Smart Dehumidifier 22L ระบุ 22 L/day ที่ 26.7°C/60%RH, airflow 185 m³/h, ถัง 4.5 ลิตร, rated input 380W และเสียงไม่เกิน 41 dB(A)

เหมาะกับ: 13L สำหรับห้องเล็กหรือชื้นทั่วไป ส่วน 22L เหมาะเมื่ออยากได้กำลังสูงขึ้นและระบบ Smart

2. Electrolux UltimateHome 300 EDH10TRBW1

ดู Electrolux EDH10TRBW1

ผู้ผลิตระบุพื้นที่ 42 ตร.ม., 173W, เสียง 33-38 dB และความสามารถ 10 L/day ที่ 26.7°C/60%RH หรือ 20 L/day ที่ 30°C/80%RH

เหมาะกับ: ห้องกลางและคนที่ต้องการข้อมูลพื้นที่อ้างอิงจากผู้ผลิต

3. Sharp DW-T30FB

ดู Sharp DW-T30FB

ระบุ 30 L/day ที่ 30°C/80%RH และ 18.5 L/day ที่ 26.7°C/60%RH, พื้นที่ลดความชื้น 39-77 ตร.ม., ถังประมาณ 4.5 ลิตร และรองรับ continuous drainage

โหมดฟอกอากาศใช้ Pre-filter, HEPA และ Carbon พื้นที่ 37 ตร.ม. และ CADR 290 m³/h

เหมาะกับ: พื้นที่ใหญ่หรือความชื้นสูง และคนที่ต้องการลดความชื้นพร้อมฟอกอากาศ

4. Philips Series 5000 DE5305/11

ดู Philips DE5305/11

Philips ระบุความสามารถลดความชื้นสูงสุด 26.5 L/day, ฟอกอากาศ CADR 270 m³/h, HEPA NanoProtect และถัง 4 ลิตร

เหมาะกับ: คนที่อยากได้ 2-in-1 เพื่อลดจำนวนเครื่อง

เครื่องฟอกอากาศจำเป็นไหมหลังน้ำท่วม?

เครื่องฟอกอากาศ ไม่ใช่ตัวแทนเครื่องลดความชื้น แต่ช่วยกรองอนุภาคในอากาศในช่วงทำความสะอาดและหลังพื้นที่เริ่มแห้ง หากมีเชื้อราบนผนังหรือวัสดุ ต้องจัดการต้นเหตุความชื้นและวัสดุนั้น ไม่ควรหวังให้เครื่องฟอกอากาศแก้ปัญหาต้นเหตุ

CADR คืออะไร?

CADR (Clean Air Delivery Rate) บอกอัตราการส่งอากาศสะอาด ยิ่งพื้นที่ใหญ่ยิ่งควรพิจารณา CADR ที่สูงขึ้นร่วมกับพื้นที่อ้างอิงของผู้ผลิตและรูปแบบห้องจริง

รุ่นCADR หรือ Airflowพื้นที่อ้างอิงจุดเด่น
Xiaomi Smart Air Purifier 4 Compact230 m³/h16-27 ตร.ม.ขนาดเล็ก เคลื่อนย้ายง่าย
Xiaomi Smart Air Purifier 4400 m³/h28-48 ตร.ม.CADR สูง เหมาะห้องกลางถึงใหญ่
Sharp FP-J30TAAirflow สูงสุด 180 m³/h23 ตร.ม.HEPA และ Plasmacluster 7000
Philips AC0950/10250 m³/hสูงสุด 65 ตร.ม. ตาม PhilipsHEPA, activated carbon และ PM2.5 sensor

เกณฑ์พื้นที่ของแต่ละผู้ผลิตอาจต่างกัน จึงไม่ควรตัดสินว่าเครื่องใดดีกว่าจากเลขพื้นที่เพียงตัวเดียว

5. Xiaomi Smart Air Purifier 4 Compact

ดู Xiaomi Air Purifier 4 Compact

Particle CADR 230 m³/h, พื้นที่ครอบคลุมการทำงาน 16-27 ตร.ม. น้ำหนักประมาณ 2.2 กก.

เหมาะกับ: ห้องเล็กหรือห้องนอนที่เริ่มแห้งแล้วและต้องการจัดการฝุ่นกับอนุภาคในอากาศ

6. Xiaomi Smart Air Purifier 4

ดู Xiaomi Air Purifier 4

PM CADR 400 m³/h, พื้นที่ 28-48 ตร.ม. ผู้ผลิตยกตัวอย่างการหมุนเวียนอากาศห้อง 20 ตร.ม. เพดาน 3 เมตร ประมาณหนึ่งรอบใน 10 นาทีที่อัตราสูงสุด

เหมาะกับ: ห้องกลางถึงใหญ่ หรือคนที่ต้องการ CADR สูงกว่า Compact

7. Sharp FP-J30TA

ดู Sharp FP-J30TA

พื้นที่ฟอกอากาศ 23 ตร.ม., พื้นที่ Plasmacluster ความเข้มข้นสูง 16 ตร.ม., HEPA filter, airflow สูงสุด 180 m³/h และเสียง 23-44 dB ตามระดับพัดลม

เหมาะกับ: ห้องเล็กถึงกลาง และคนที่ต้องการ HEPA กับ Plasmacluster

8. Philips PureProtect Mini 900 Series AC0950/10

ดู Philips AC0950/10

Philips ระบุ CADR 250 m³/h, ฟอกอากาศในห้องได้สูงสุด 65 ตร.ม., HEPA, activated carbon และ PM2.5 sensor

เหมาะกับ: คนที่ต้องการเครื่องกะทัดรัดพร้อมเซนเซอร์และระบบกรองหลายชั้น

ถ้าต้องเลือกซื้อแค่เครื่องเดียวก่อน

  • บ้านยังชื้น ผนังยังเย็นชื้น หรือมีน้ำออกจากเครื่องได้มาก: เริ่มที่เครื่องลดความชื้น
  • พื้นที่เริ่มแห้งแล้ว แต่มีฝุ่นและอนุภาคจากการทำความสะอาด: เครื่องฟอกอากาศเริ่มมีบทบาท
  • ต้องการสองหน้าที่และมีพื้นที่วางจำกัด: พิจารณารุ่น 2-in-1 โดยดูสเปกแต่ละฟังก์ชันแยกกัน
  • พื้นที่ใหญ่: อย่าดูแค่จำนวนตารางเมตร ควรแบ่งโซนและติดตาม RH หรือ CADR ตามหน้าที่ของเครื่อง

วิธีใช้เครื่องลดความชื้นหลังน้ำลดให้มีประสิทธิภาพ

  1. ตรวจความปลอดภัยของระบบไฟก่อน
  2. เอาน้ำขัง โคลน และวัสดุเปียกเสียหายออกก่อน
  3. ทำความสะอาดพื้นที่ตามความเหมาะสม
  4. แบ่งบ้านเป็นโซน ปิดประตูและหน้าต่างของโซนที่กำลังลดความชื้นเมื่อสภาพพื้นที่ปลอดภัย
  5. ใช้พัดลมหรือ air circulator ช่วยให้อากาศเคลื่อนที่ โดยไม่เป่าฝุ่นหรือสิ่งปนเปื้อนไปพื้นที่สะอาด
  6. ตั้งเครื่องลดความชื้นโดยเว้นช่องลมตามคู่มือ
  7. ถ้าเปิดนาน เลือกรุ่นที่ต่อท่อน้ำทิ้งต่อเนื่องได้
  8. ใช้ hygrometer หรือจอ RH ของเครื่องติดตามแนวโน้ม
  9. อย่าหยุดเพียงเพราะผิวผนังดูแห้ง หาก RH กลับสูงเร็วเมื่อหยุดเครื่อง อาจยังมีความชื้นสะสม
  10. หากพบเชื้อราปริมาณมาก ความเสียหายเชิงโครงสร้าง หรือวัสดุที่อมน้ำมาก ควรพิจารณาผู้เชี่ยวชาญแทนการพึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเดียว

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องฟอกอากาศทำให้บ้านแห้งไหม?

ไม่ เครื่องฟอกอากาศเน้นกรองอนุภาคจากอากาศ ส่วนการดึงไอน้ำออกต้องใช้เครื่องลดความชื้นหรือการทำให้พื้นที่แห้งด้วยวิธีอื่น

เครื่องลดความชื้น 20L หมายถึงถัง 20 ลิตรหรือไม่?

ไม่ ตัวเลข L/day โดยทั่วไปหมายถึงปริมาณความชื้นที่เครื่องสามารถดึงออกได้ต่อวันภายใต้เงื่อนไขทดสอบ ถังจริงมักเล็กกว่านั้นมาก

ทำไมเครื่อง 30L ไม่จำเป็นต้องแรงกว่า 22L ตามสัดส่วนตัวเลข?

เพราะเงื่อนไขอุณหภูมิและ RH ที่ใช้ทดสอบอาจต่างกัน ต้องดูตัวเลขภายใต้สภาวะใกล้เคียงกันเมื่อมีข้อมูล

หลังน้ำท่วมควรใช้เครื่องลดความชื้นกี่วัน?

ไม่มีจำนวนวันที่ใช้ได้กับทุกบ้าน ควรดู RH แนวโน้มการแห้ง ปริมาณน้ำที่เครื่องเก็บได้ และสภาพวัสดุ มากกว่ากำหนดจากจำนวนวันอย่างเดียว

ควรซื้อเครื่องฟอกอากาศหรือเครื่องลดความชื้นก่อน?

ถ้าปัญหาหลักคือบ้านยังอมน้ำและความชื้นสูง เครื่องลดความชื้นตรงโจทย์กว่า หากพื้นที่แห้งแล้วและต้องการลดอนุภาคในอากาศจึงพิจารณาเครื่องฟอกอากาศ

บทความที่เกี่ยวข้อง